<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><!-- generator="wordpress.com" -->
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	>

<channel>
	<title>forward-mail &amp;laquo; WordPress.com Tag Feed</title>
	<link>http://wordpress.com/tag/forward-mail/</link>
	<description>Feed of posts on WordPress.com tagged "forward-mail"</description>
	<pubDate>Sat, 26 Jul 2008 03:31:18 +0000</pubDate>

	<generator>http://wordpress.com/tags/</generator>
	<language>en</language>

<item>
<title><![CDATA[ความฝันกับความจริง]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=987</link>
<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 15:23:55 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=987</guid>
<description><![CDATA[คุณครูให้การบ้านเด็กชายให้หาความแ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>คุณครูให้การบ้านเด็กชายให้หาความแตกต่างระหว่างคำว่าความฝันกับความจริง เขาจึงมา ปรึกษาพ่อ  พ่อบอกให้ไปถามแม่ว่าให้เงินแม่ล้านหนึ่งแลกกับต้องนอนกับชายแปลกหน้าแม่จะเอาไหม</p>
<p>เด็กน้อยวิ่งไปถามแม่ <span style="color:#008080;">แม่ตอบว่าเอาสิ</span></p>
<p style="text-align:left;">เด็กชายกลับมาบอกพ่อ พ่อให้ไปถามพี่สาวบ้างว่าให้เธอนอนกับชายแปลกหน้าแลกกับเงินล้าน เธอจะเอาไหม</p>
<p style="text-align:left;"><span style="color:#008080;">พี่สาวตอบว่าเอา</span></p>
<p style="text-align:left;">เด็กชายวิ่งมาถามพ่อว่าแล้วอะไรคือความแตกต่างระหว่างความฝันกับความจริง</p>
<p style="text-align:left;">พ่อตอบ</p>
<p style="text-align:left;"><span style="color:#008080;">"ความฝันคือเราจะได้เงินล้านกัน แต่ความจริงคือเรามีญาติเป็นนังแพศยาสองคน"</span></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แบงค์ย่อย]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=270</link>
<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 07:40:26 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=270</guid>
<description><![CDATA[&#8230;ผู้หญิงคนหนึ่งทำกระเป๋าถือหล่นห]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>...ผู้หญิงคนหนึ่งทำกระเป๋าถือหล่นหายในห้างสรรพสินค้า<br />
โชคดีที่มีเด็กคนนึงเก็บได้ และเขาก็เอามาคืนเธอ<br />
เมื่อเธอเปิดกระเป๋าออกดูหลังจากได้รับแล้ว เธอก็ต้องแปลกใจ<br />
" เอ๊ะ... ชั้นจำได้ว่ามีแบงค์ห้าร้อยในกระเป๋าอยู่ใบนึงนี่นาทำไมมันกลายเป็นแบงค์ย่อยหมดเลยล่ะ "<br />
ไอ้หนูรีบตอบอย่างรวดเร็ว " คือว่านะคับ ครั้งที่แล้วผมเก็บกระเป๋าตังค์ได้ เจ้าของเค้าไม่มีแบงค์ย่อย ผมเลยอดรางวัลเลยคับ "</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[มีหน้าที่อะไรก็ทำไป]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=268</link>
<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 07:38:23 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=268</guid>
<description><![CDATA[&#8230; มีชายอยู่ 2 คน นั่งคุยกันที่สวนสา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>... มีชายอยู่ 2 คน นั่งคุยกันที่สวนสาธารณะ<br />
นายดำ : ข้ามีเรื่องจะเล่าให้ฟังว่ะ นายอยากฟังมั๊ย<br />
นายแดง : ฟังก็ฟังวะ<br />
นายดำ : มีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชอบทะเลาะกัน วันหนึ่งภรรยาให้สามีไปซื้อผงซักฟอกให้ แต่สามี ซื้อน้ำยาล้างจานมา<br />
ภรรยาเลยถามว่า "ทำไมเธอซื้อน้ำยาล้างจานมา"<br />
สามีตอบว่า "มีหน้าที่ซัก ซักไป"<br />
ต่อมา ภรรยาคิดแก้แค้น ในคืนวันที่สองเลยให้กินข้าวเปล่า ไม่มีกับ<br />
สามีถามว่า "กับข้าวล่ะ" ภรรยาตอบ "อย่าเรื่องมาก มีหน้าที่กิน กินไป"<br />
พอต่อมาวันที่สี่......<br />
นายแดง : เฮ้ยวันที่ 3 ล่ะวะ ไปไหน<br />
นายดำ : มีหน้าที่ฟังๆ ไป<br />
นายแดง : ????????</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[สัตว์ที่คุณแม่ชอบ...]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=265</link>
<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 07:36:36 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=265</guid>
<description><![CDATA[&#8230; คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>... คุณครูคุยกับเด็กนักเรียนอนุบาล 1 ระหว่างคอยผู้ปกครองมารับกลับบ้าน<br />
"ที่บ้านหนูเลี้ยงสัตว์อะไรบ้างคะ" คุณครูถาม<br />
"มีหมาแค่ตัวเดียวค่ะ แต่ข้างบ้านเขาเลี้ยงตั้งหลายอย่างค่ะ มีนก แมว ชะนีก็มีค่ะ" หนูน้อยเล่า<br />
"แล้วหนูชอบอะไรมากที่สุดคะ"<br />
"ชอบนกกับปลาสวยๆ คะ"<br />
"เหรอคะ แล้วคุณพ่อคุณแม่ละคะชอบอะไร" ครูถามต่อ<br />
"คุณพ่อชอบอ่านหนังสือ ไม่ชอบสัตว์อะไรซักอย่าง.." หนูน้อยส่ายหน้าเมื่อพูดถึงคุณพ่อ<br />
"ส่วนคุณแม่.. เห็นคุณพ่อพูดอยู่เรื่อยเลยว่าคุณแม่ชอบแรดค่ะ.."<br />
คุณครู ?????????</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือด]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=263</link>
<pubDate>Fri, 25 Jul 2008 07:34:28 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=263</guid>
<description><![CDATA[คุณ ๆ ทั้งหลายเลือดกรุ๊ปอะไรกันบ้า]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><strong>คุณ ๆ ทั้งหลายเลือดกรุ๊ปอะไรกันบ้างคะ วันนี้มีตัวอย่างเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดมาฝากค่ะ เฉพาะ 4 กรุ๊ปหลัก ๆ นะคะ</strong></p>
<p><strong>เลือดกรุ๊ปโอ</strong> จะมีกรดในกระเพาะอาหารสูง สามารถย่อยอาหารจำพวกเนื้อสัตว์ได้อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ควรกินอาหารจำพวกแป้งมากเกินไป เพราะจะย่อยยาก และเมื่อเกิดการสะสมแป้ง ร่างกายจะเปลี่ยนแป้งให้เป็นน้ำตาล และจะกลายเป็นโรคเบาหวานและทำให้อ้วนง่าย อาหารที่ควรทานคืออาหารจำพวกสาหร่าย เกลือไอโอดีน อาหารทะเล และควรกินตับ กินบลอกโคลี ผักโขม เพราะจะช่วยในเรื่องประสิทธิภาพการเผาผลาญมากขึ้น</p>
<p><strong>เครื่องดื่มที่เหมาะกับเลือดกรุ๊ปโอคือ น้ำสัปปะรด น้ำลูกพรุน แต่ไม่ควรดื่มน้ำแอบเปิล น้ำส้ม น้ำกระหล่ำปลี</strong></p>
<p><strong>เลือดกรุ๊ปเอ</strong> กรุ๊ปนี้จะตรงข้ามกับกรุ๊ปโอแทบจะทุกอย่าง เพราะเลือดกรุ๊ปนี้จะมีกรดในกระเพาะอาหารต่ำ จึงเหมาะกับอาหารมังสวิรัติและควรหลีกเลี่ยงเนื้อสัตว์ เพราะหากกินมากเกินไปร่างกายจะไม่ยอมย่อย ทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ เช่นโรคหัวใจและโรคมะเร็ง หากต้องการกินเนื้อจริงๆ ควรบริโภค แค่เนื้อไก่เพราะไม่มีไขมันมาก หรือกินถั่วเหลืองแทนเพื่อทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์ แล้วควรหลีกเลี่ยงอาหารจำพวกอาหารสำเร็จรูป เช่นไส้กรอก แฮม เพราะอาหารจำพวกนี้มีสารดินประสิวที่ไปกระตุ้นให้เกิดมะเร็งในกระเพาะอาหาร ควรหันมากินผักและอาหารจากถั่วเหลือง เพื่อช่วยในเรื่องของระบบย่อยอาหารให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ</p>
<p><strong>เครื่องดื่มที่เหมาะสมกับคนเลือดกรุ๊ปเอก็คือ น้ำแอปปริคอต น้ำแครอต น้ำเซเลรี น้ำเกรปฟรุต น้ำสัปปะรด น้ำมะนาว เพราะมีวิตามินซีสูง แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้ม น้ำมะละกอ และน้ำมะเขือเทศ </strong></p>
<p><strong>เลือดกรุ๊ปบี</strong> เป็นกรุ๊ปเลือดที่สามารถต้านทานโรคมะเร็งและโรคหัวใจได้ แต่ยังมีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันของร่างกาย จึงควรกินอาหารจำพวกผักใบเขียว ตับ ไข่ นมไขมันต่ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ และ</p>
<p><strong>ควรดื่มน้ำกระหล่ำปลี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น น้ำมะละกอ น้ำสัปปะรด แต่ไม่ควรดื่มน้ำมะเขือเทศ</strong></p>
<p><strong>เลือดกรุ๊ปเอบ</strong>ี คนเลือดกรุ๊ปนี้เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งในกระเพาะอาหาร <strong>จึงควรรับประทานอาหารที่มีวิตามินซี เช่น บรอกโคลี เชอร์รี่ ส้มโอ เกรปฟรุต กะหล่ำปลี </strong></p>
<p><strong>ควรดื่มน้ำแครอต น้ำเซเลรี น้ำแครนเบอร์รี่ น้ำองุ่น และน้ำมะละกอ เพราะช่วยต้านมะเร็งได้ แต่ไม่ควรดื่มน้ำส้มเพราะทำให้ย่อยยาก</strong></p>
<p><strong>ไม่ยากที่จะปฏิบัติใช่มั้ยคะ เพื่อสุขภาพของเราเอง ที่บางครั้งเราก็มานั่งสงสัยว่าเราก็ทานเหมือนเพื่อนทุกอย่าง แต่ทำไมผลที่ออกมาแตกต่างกัน กรุ๊ปเลือดก็มีส่วนสำคัญกับการรับอาหารต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกายนะคะ นอกจากมีอาหารหรือเครื่องดื่มตามกรุ๊ปเลือดแล้ว ยังมีอาหารและเครื่องดื่มตามธาตุเจ้าเรือนอีกด้วยนะคะ ไม่อยากจะคุยเลยว่าที่สุโขสปาเค้าเอาใจใส่สุขภาพของลูกค้าในเรื่องเหล่านี้มากค่ะ อย่างที่บอกในตอนต้น ๆ แล้วว่าที่ห้องครัวของห้องอาหารสุขเสวย คุณจะไม่พบกับผงชูรสเด็ดขาด ... ดูแลสุขภาพกันด้วยนะเจ้าคะ</strong></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เรื่องนี้ต้องรอ]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=260</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 12:37:47 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=260</guid>
<description><![CDATA[&#8230;ด้วยความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>...ด้วยความช่วยเหลืออย่างเต็มที่จากผู้เชี่ยวชาญด้านการมีบุตร หญิงชราวัย 65 ปีีรายหนึ่ง สามารถให้กำเนิดบุตรได้สำเร็จ วงศาคณาญาติที่ทราบข่าว ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี<br />
และต้อนรับสมาชิกใหม่ของครอบครัว และเมื่อพวกเขาขอดูหน้าทารกน้อย<br />
หญิงชราก็ตอบว่า "ไม่ใช่ตอนนี้"<br />
ครู่ใหญ่ผ่านไป บรรดาญาติๆ ก็ขอพบหน้าทารกน้อยอีกครั้ง<br />
หญิงชราตอบเหมือนเดิม "ไม่ใช่ตอนนี้"<br />
ในที่สุด บรรดาญาติๆ ก็ถามขึ้นอย่างหมดความอดทนว่า "ก็แล้วเมื่อไหร่พวกเราถึงจะได้เห็นหน้าเจ้าตัวเล็ก"<br />
บรรดาญาติๆ ถามอีกว่า "ทำไมเราต้องรอจนกว่าเด็กร้องด้วย"<br />
คุณแม่วัย 65 ปีตอบ "เพราะฉันจำไม่ได้ว่าวางแกไว้ที่ไหน"<br />
บรรดาญาติๆ ????????</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เคล็ดลับอายุยืน]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=258</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 12:35:39 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=258</guid>
<description><![CDATA[&#8230;สุรศักดิ์มายืนรอแฟนที่ห้างแห่งห]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>...สุรศักดิ์มายืนรอแฟนที่ห้างแห่งหนึ่ง เขารอแฟนนานมากจึงคิดจะไปล้างหน้า<br />
หลังจากเดินออกมาจากห้องน้ำเขาก็เหลือบไปเห็นเด็กวัยรุ่นกำลังนั่งกินช็อกโกแล็ค ทอฟฟี่ น้ำอัดลม เขาจึงเดินเข้าไปเตือน</p>
<p>สุรศักดิ์ : น้อง น้องรู้ไหมว่าของพวกนี้ไม่มีประโยชน์<br />
เด็กวัยรุ่น : รู้เพ่ ก็ผมกินประจำ<br />
สุรศักดิ์ : อ้าว แล้วน้องไม่เป็นไรหรือ<br />
เด็กวัยรุ่น : ปู่ผมอายุ 100 ปี<br />
สุรศักดิ์ : ปู่น้องกินของพวกนี้ประจำเหมือนกันเรอะ<br />
เด็กวัยรุ่น : ป่าว<br />
สุรศักดิ์ : แล้วเอาปู่มาอ้างทำไม<br />
เด็กวัยรุ่น : ปู่ผมไม่เคยยุ่งเรื่องชาวบ้าน อายุเลยยืน<br />
สุรสักดิ์ : ????????</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อยู่อย่างสง่า ... Being good]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=256</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 12:21:49 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=256</guid>
<description><![CDATA[ 
        เศรษฐกิจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งท]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p align="center"> </p>
<p>        เศรษฐกิจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนหลาย ๆ คนกำลังมองหาวิธีเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพื่อก้าวไปสู่ความสุขหรือความสำเร็จ คนบางคน อยากได้เงินเดือนเพิ่ม หลายคนอยากทำงานน้อยลง แต่ดำรงยังชีวิตอยู่ได้เป็นอย่างดี บางคนอยากมีความสุขในทุกๆ วัน จะบอกว่าอธิษฐานเลยสิจ๊ะ ก็เกรงใจ แต่มีคนบางแบบที่อยากชี้ชวนให้คุณผู้อ่านได้มองเห็น นั่นก็คือ <strong><strong>"คนที่เป็นที่รักของคนทั้งโลก"</strong></strong></p>
<p>          บางคนเป็นเช่นนั้นจริงๆ เขามีความสุขกับการได้ทำดีเพื่อคนอื่น ช่วยให้คนอื่นมีความสบายใจ ไม่นำความเดือดร้อนไปให้ ไม่ทำให้เขาวุ่นวาย มีอัธยาศัยที่ดีน่ารัก ฯลฯ น่าประหลาดใจไหมคะว่าทำไมเขาถึงทำได้</p>
<p>          คนในลักษณะนี้เขามักมีวิธีดูแลตัวเองในสองส่วนสำคัญ คือ ทำอย่างไรไม่ให้ร่างกายเปราะบาง และทำอย่างไรให้จิตใจแจ่มใส อารมณ์ปลอดโปร่ง เป็นเรื่องข้างนอกและข้างใน เรื่องของกายและใจ เรื่องของความรู้สึกและการแสดงออก หรือบุคลิกภาพค่ะ</p>
<p>          ใครดูแลให้ครบทั้งสองส่วน คือแข็งแรงทั้งข้างนอกและข้างใน สดชื่นทั้งในและนอก น่ารักทั้งในและนอก ขอเรียกว่าคุณอยู่อย่างสง่า</p>
<p><strong><strong>อยากรู้เคล็ดลับบ้างมั้ยคะ มี </strong></strong><strong><strong>10 ข้อ ที่พึงปฏิบัติค่ะ</strong></strong> </p>
<p>          <strong><strong>1. จงดูแลร่างกาย (ของคุณ)</strong></strong> ให้แข็งแรงอยู่สม่ำเสมอ เพราะสุขภาพกายกับสุขภาพใจนั้นทำงานสัมพันธ์กันอย่างใกล้ชิดค่ะ สุขภาพกายที่ดีมักทำให้คนๆ นั้นมีความสุขสนุกสนาน คล่องแคล่วแจ่มใส ต่างกับคนที่เจ็บป่วยบ่อยๆ เขามักจะหงุดหงิดรำคาญใจ วิตก กังวล ฟุ้งซ่าน เสียสุขภาพจิตและเสียบุคลิก</p>
<p>          เราสามารถรักษาสุขภาพกายให้แข็งแรงได้ด้วยการรับประทานอาหารให้ครบมื้อ ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่กินซ้ำซาก พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายอยู่เสมอ รักษาความสะอาดของร่างกาย ที่อยู่อาศัย และข้าวของเครื่องใช้ สุขภาพแข็งแรงมีผลต่อการลุก นั่ง ยืน เดิน และเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว สง่างามค่ะ พูดจาก็น้ำเสียงสดใส คิดอะไรก็รวดเร็วเฉียบคม </p>
<p>          <strong><strong>2. หมั่นสำรวจตัวเองและยอมรับความเป็นจริง</strong></strong> น้อยคนนักที่จะมีความสมบูรณ์พร้อมกันในตัวเอง อย่างไรก็ตาม ทุกคนมีทั้งข้อดีทั้งข้อด้อยอยู่ในตัวทั้งสิ้น จงสำรวจตัวเองเพื่อให้รู้จักตัวเองอย่างแท้จริงว่าเป็นคนอย่างไร สนใจอะไร มีความสามารถแค่ใหน ยอมรับข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาดที่มีและมองหาหนทางแก้ไข เปลี่ยนจุดด้อยให้เป็นจุดเด่น เมื่อถ่องแท้ในตัวเองได้ก็จะทำให้เราตั้งเป้าหมายในชีวิตได้เหมาะสมกับความเป็นจริง ซึ่งทำให้โอกาสสมหวังได้มาก ความสมหวังก็ย่อมจะนำความสุขมาให้...จริงไหมคะ? </p>
<p>          <strong><strong>3. มีความต้องการพอเหมาะพอสมและยืดหยุ่นได้</strong></strong> คนเราต้องการหรืออยากอะไรต่อมิอะไรเยอะแยะไปหมด เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ  แต่หากไม่ได้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ก็ต้องรู้จักยืดหยุ่นความต้องการให้ยอมรับได้ ต้องมีเหตุผล รู้จักพอดีเกี่ยวกับความต้องการ มากไปก็เป็นทุกข์ พอดีๆ เท่านั้นถึงจะเป็นสุข จึงควรมีความปรารถนาความต้องการ หรือความทะเยอทะยานที่ใกล้เคียงกับความสามารถเป็นจริง จะช่วยให้รู้จักวางแผนได้เป็นระยะ ไม่ผิดหวัง หรือท้อแท้ง่าย แถมมีโอกาสสมหวังได้ง่ายด้วย คนแบบนี้มักจะมีบุคลิกภาพที่พอเหมาะ และเข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่มองคนในแง่ร้าย น่ารักใช่ไหมคะ? </p>
<p>          <strong><strong>4. อย่าเป็นนักเปรียบเทียบ </strong></strong>คนที่เอาชีวิตตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น มักพบว่าเป็นคนไร้ความสุขโดยสิ้นเชิง จงประเมินชีวิตตามความรู้ ความสามารถ และความพยายามของตนเอง มองผู้อื่นอย่างเรียนรู้ ชื่นชม และใช้เป็นแบบอย่าง จะทำให้การอยู่ร่วมกันกับใครต่อใครเป็นไปอย่างสงบสุข ราบรื่น ไม่กดดันตัวเอง </p>
<p>          <strong><strong>5. มีอารมณ์ขันเสียบ้าง </strong></strong>จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจผ่อนคลาย แจ่มใสไม่มองโลกอย่างตึงเครียดเกินไป อารมณ์ขันจะสร้างบรรยากาศที่ดีให้เกิดขึ้นทั้งในตัวเองและผู้อื่น โปรดสังเกตว่าแม้แต่ตัวเราเองก็อยากอยู่ใกล้กับคนอารมณ์ดี จะช่วยลดแรงกดดันชีวิต ทำให้รู้จักการปล่อยวาง ก่อให้เกิดมิตรภาพ ที่ช่วยเกื้อหนุนกันได้ </p>
<p>          <strong><strong>6. ปล่อยวางให้เป็น</strong></strong> ทุกข์ที่หนักที่สุดในชีวิตคนคือทุกข์จากการยึดถือ ปล่อยให้สิ่งต่างๆ เป็นไปตามแนวทางของมันเถอะค่ะ อย่าไปฝืน ไปดันทุรัง พึงระลึกว่าอะไรที่ไม่ได้ดังใจนั้น พักสักประเดี๋ยว แล้วค่อยเริ่มใหม่ก็ไม่สาย รู้มั้ยคะว่า กาลเวลาเป็นยารักษาความผิดหวังความเจ็บปวดชั้นยอด ต้องให้โอกาสและเวลาแก่ตัวเองเพื่อเริ่มใหม่ ลองใหม่ และแก้ไขสิ่งที่เราเรียนรู้แล้วจากความผิดพลาดนั้นว่าเกิดขึ้นจากเราหรือใคร หรืออะไรก็ตาม จงให้อภัยและให้เวลาค่ะ </p>
<p>          <strong><strong>7. ต้องพอใจในสิ่งที่ตนทำอยู่ </strong></strong>มีอยู่และเป็นอยู่ การรู้จักพอใจในงานที่ทำ ฐานะที่มีและตัวตนที่เป็น จะช่วยให้ไม่เบื่อหน่ายกับชีวิต กระตือรือร้นและพร้อมจะขับเคลื่อนตัวเองไปสู่ตำแหน่งที่ดียิ่งขึ้น เพราะอย่างไรเราก็พึงพอใจเราเสมอ และในทางอ้อม คนที่ยอมรับและพอใจในความเป็นตัวของตัวเอง เขามักจะรู้จักแต่งตัวอย่างเหมาะสม ไม่ปล่อยเนื้อปล่อยตัวจนทรุดโทรมซอมซ่อ และไม่ปะพอกหรือแต่งจนเกินงาม เชื่อมั่นในตัวเอง และเป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตามที่ดีค่ะ </p>
<p>          <strong><strong>8. อย่าเก็บกด</strong></strong> หากความทุกข์ ความท้อ ความเบื่อหน่าย สุมมาประดังอยู่ในอกหาวิธีระบายออกอย่างเหมาะสมเสียบ้างสิคะ การเก็บกดไว้จะทำให้ระเบิด จงหาเพื่อนสักคนพูดคุย อ่านหนังสือสักเล่ม ไปออกกำลังกายหรือเดินเล่นหย่อนใจสักพัก มีวิธีการผ่อนคลาย และระบายความเครียดเยอะแยะ ความตึงเครียดก็เหมือนความสกปรก จงหมั่นเช็ดถู ทำความสะอาดทุกวัน คนเก็บกดมากมักหน้านิ่วคิ้วขมวด ครุ่นคิด และติดต่อกับคนยาก อยากมีท่าทีเช่นนี้หรือคะ ? </p>
<p>          <strong><strong>9. อย่าปล่อยให้แต่ละวันผ่านไปอย่างไร้ค่า </strong></strong>คนที่ไม่รู้จัก ทำวันเวลาให้มีค่า จะเป็นคนขี้เบื่อ และไม่ศรัทธาในตัวเอง เขาจะตระหนักถึงความไร้ค่าของตนเองขึ้นทุกวัน เขาจะเบื่อหน่ายชีวิต ชวนคิดฟุ้นซ่าน และเอะอะโวยวาย หากิจกรรมหรืองานอดิเรกทำให้สบายใจบ้างดีกว่า </p>
<p>          <strong><strong>10. เป็นผู้ให้ </strong></strong>คนประเภทที่รอรับอย่างเดียว เป็นพวกชอบคำนวนต้นทุนกำไร และชอบเอารัดเอาเปรียบ เขาจะรู้สึกขาดทุนเสมอ พาลทำให้เขาชอบเรียกร้องความสนใจ รอรับ และต้องการมากกว่าปกติ สร้างความเบื่อหน่ายให้กับคนรอบข้าง พึงสร้างทัศนคติของการเป็นผู้ให้ เมื่อได้ให้ เราจะรู้สึกสบายใจ รู้สึกว่าเรามีมาก มีเหลือพอที่จะแบ่งบันให้ใครต่อใครได้ การได้เกื้อกูลหรือแบ่งปัน แทนการรอรับอย่างเดียว จะทำให้เรารู้สึกว่าโลกนี้ยุติธรรมดี น่าอยู่ น่ารัก ใครก็ตามที่รู้สึกว่าโลกนี้ยุติธรรมกับชีวิต โลกนี้น่าอยู่ โลกนี้น่ารัก มีหรือที่ชีวิตจะไม่ราบรื่น และมีหรือที่คนจะไม่อยากอยู่ใกล้และไม่ชื่นชมตัวเรา</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[แต่งงาน VS ติดคุก]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=254</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 03:31:55 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=254</guid>
<description><![CDATA[หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>หนุ่มใหญ่นั่งครุ่นคิดอยู่เป็นเวลานานจนภรรเมียสงสัย<br />
" คิดอะไรอยู่หรือพี่ " เธอถาม<br />
" จำได้มั้ย วันนี้เมื่อยี่สิบปีที่แล้วพ่อเอ็งจับได้ว่าข้าเข้าหาเอ็ง "<br />
" จำได้สิพี่ " เมียพยักหน้าหงึกๆ<br />
" แล้วพ่อเอ็งก็ให้ข้าเลือกว่าจะมาสู่ขอเอ็งหรือว่าจะยอมติดคุกซัก 20 ปี "<br />
" แล้วพี่ก็เลือกแต่งกับชั้น " เมียพยักหน้าอาการรับรู้<br />
" แล้วพี่นั่งคิดอะไรอยู่ล่ะ "<br />
" ข้าคิดอยู่ว่า ถ้าข้ายอมติดคุก วันนี้ข้าก็พ้นโทษแล้วว่ะ!!! "</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เมียอั๊วนอกใจ]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=252</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 03:13:11 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=252</guid>
<description><![CDATA[&#8221; เมียอั๊วนอกใจว่ะ &#8221; ไอ้หนุ่มปรั]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>" เมียอั๊วนอกใจว่ะ " ไอ้หนุ่มปรับทุกข์กับเพื่อน<br />
" เรื่องเป็นไงมาไงวะ " เพื่อนยินดีรับฟัง<br />
" เมื่อคืนอีไม่ยอมกลับบ้านน่ะสิ พออั๊วถาม อีบอกว่าไปค้างกับพี่สาว "<br />
ไอ้หนุ่มเล่า<br />
" ก็ไม่เห็นแปลกอะไรนี่หว่า แค่นี้จะว่าเค้านอกใจได้ไง "<br />
เพื่อนชี้ทางสว่าง<br />
" โกหกเห็นๆว่ะ อั๊วนอนอยู่กับพี่สาวอีทั้งคืนแท้ๆนี่หว่า..."</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[มาดูแลเล็บให้น่ามองกันดีกว่า]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=249</link>
<pubDate>Thu, 24 Jul 2008 03:10:21 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=249</guid>
<description><![CDATA[เล็บเป็นอวัยวะเล็กๆ ที่สำคัญ ที่สา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เล็บเป็นอวัยวะเล็กๆ ที่สำคัญ ที่สามารถบ่งบอกสุขภาพ และบุคลิกภาพได้ การดูแลเล็บอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธีจึงช่วยให้เล็บเสื่อมสภาพช้าลง ลดปัญหาและการเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">รอบรู้เรื่องดูแลเล็บ</span></strong></p>
<p> <img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> การล้างทำความสะอาดเล็บ ควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่นๆ ใช้แปรงนุ่มๆ ขัดตามซอกเล็บเบาๆ และล้างออกด้วยน้ำสะอาด ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> การตัดเล็บมือที่ถูกต้อง ควรตัดให้มีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้านั้น พยายามตัดให้เป็นเส้นตรงมากที่สุดเพื่อลดการสะสมของความสกปรกตามซอกเล็บและโอกาสเกิดเล็บขบ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไป และไม่ควรใช้วัสดุใดๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บ คือหลังจากอาบน้ำ หรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่ม ทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่รอหลังอาบน้ำให้แช่เล็บในน้ำอุ่น สัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บ</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> ตะไบเล็บให้สวย ถ้าหากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทิศทางเดียว ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้ การตะไบเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> การขูดผิวเล็บเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิวทำให้เล็บเงางามขึ้น ผิวเล็บเรียบ และดูมีสุขภาพดีขึ้น โดยใช้อุปกรณ์ขูดลอกหน้าเล็บ ดันจากปลายเล็บเข้าหาโคนเล็บ หลังจากนั้น ใช้แผ่นขัดเล็บ ซึ่งคล้ายกระดาษทราย ขัดหน้าเล็บเบา ๆ เพื่อให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ แล้วใช้แผ่นขัดทำความสะอาดเล็บ ถูเบา ๆ เพื่อให้ฝุ่นและเศษเล็บที่มองไม่เห็นหลุดออกไป จากนั้นใช้แผ่นขัดเงาซึ่งมีเจลาตินเคลือบอยู่ ขัดถูบนหน้าเล็บเบา ๆ ก็จะได้เล็บที่เงางามดูมีสุขภาพดี การขัดเงาเล็บแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> สีที่ใช้ในการทาเล็บ ควรเป็นสีทาเล็บที่มีคุณภาพ และช่วยถนอมเล็บด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของ อะซิโตน (acetone) เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บของเรา ทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> ก่อนทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี จะช่วยไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื่น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นเคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้น</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> การเปลี่ยนสีเล็บบ่อยๆ มากกว่าหนึ่งครั้งต่อ สัปดาห์ทำให้เราต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาล้างทำความสะอาดเล็บนี่เองจะเป็นตัวกัดหน้าเล็บของเราให้กร่อน เป็นหลุมเป็นขุยได้เหมือนกัน นอกจากนี้ควรมีเวลาให้เล็บได้ว่างเว้นจากการทาสี เพราะนอกจากเล็บจะได้พักหรือฟื้นสภาพที่เสียไปแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้สังเกตความผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับเล็บอีกด้วย</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> การต่อเล็บ หรือการตกแต่งประดับเล็บนั้น ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาด และมีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการแพ้หรือการสะสมของเชื้อโรค หากชื่นชอบการต่อเล็บและตกแต่งเล็บด้วยเครื่องประดับ ต้องหมั่นสังเกตดูว่า เล็บเกิดมีจุดดำ หรือเปลี่ยนสี หรือผิดรูปหรือเปล่า</p>
<p><strong><span style="text-decoration:underline;">รับมือปัญหากวนใจเรื่องเล็บ</span></strong></p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> หนังกำพร้ารอบๆ เล็บ หนังรอบๆ เล็บที่ฉีก หรือด้าน แช่มือในน้ำอุ่นสักครู่แล้วชโลมด้วยวาสลีนหรือโลชั่น ใช้เครื่องมือสำหรับดันหนังที่มีลักษณะป้าน หรือใช้ขอบผ้าเช็ดตัวนุ่มๆ ดันหนังส่วนเกินออกไปรอบๆ หลังจากนั้นใช้กรรไกรสำหรับตัดหนังตัดเล็มหนังส่วนเกินออกระวังการตัดลึกจนเกินไป เพราะอาจเป็นทางเปิดให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและเกิดการอักเสบได้</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> เมื่อเกิดเล็บขบไม่ควรนำของแหลมคมไปแงะบริเวณที่เกิดอาการ หมั่นรักษาความสะอาด อาจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ เช็ดรอบๆ และอาจใช้สำลีสะอาดชิ้นเล็กๆ ไปดันไว้ระหว่างเล็บกับผิวหนังเพื่อไม่ให้เล็บนั้นทิ่มเข้าไปในเนื้อจนเกิดแผล แต่ถ้าหากเกิดการบวมและมีหนองมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะระบายหนองออก เมื่อหายจากเล็บขบแล้ว หันมาเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและตัดเล็บให้ถูกวิธีด้วยนะคะ</p>
<p><img src="image001.jpg@01C8ECD8.7DA7F730" alt="*" width="26" height="16" /> ถ้าเล็บเหลืองจากการทาสีเล็บ รักษาได้โดยลูกมะนาวผ่าครึ่งมาถูบนเล็บที่เหลืองบ่อยๆ แล้วชโลมด้วยครีมบำรุง อีกวิธีหนึ่งให้นำน้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียกพอประมาณ มาแช่เล็บมือเล็บเท้าสักสิบนาทีแล้วล้างออก วิธีสุดท้าย ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิ้ล มาวางแปะไว้บนผิวเล็บ สักหนึ่งนาที ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเล็บเหลืองได้<br />
<strong>นอกจากนี้ควรรับประทานอาหารที่บำรุงเล็บอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ผักใบเขียว ผลไม้ มันฝรั่ง และถั่วเมล็ดแห้ง และที่สำคัญขาดไม่ได้ก็คือ น้ำสะอาดนั่นเองค่ะ เพราะน้ำทำให้เซลล์ผิวหนังชุ่มชื้น เพียงเท่านี้เล็บแสนงามก็จะอยู่กับเราไปอีกนาน</strong></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[กวนประสาทที่สุด]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=247</link>
<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 06:41:58 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=247</guid>
<description><![CDATA[&#8220;ดูเจ้าหมอนั่นสิ มันกวนประสาทน้อ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>"ดูเจ้าหมอนั่นสิ มันกวนประสาทน้องสาวฉันมากเลย"</p>
<p>"เฮ้ย !!! จริงเหรอ ไม่เห็นมันมองน้องนายเลย"</p>
<p>"ก็เพราะไม่มองน่ะสิ น้องสาวฉันจะคลั่งตายอยู่แล้ว</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[หัวเราะทีหลังดีกว่ามั้ย]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=245</link>
<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 06:39:43 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=245</guid>
<description><![CDATA[ช่างทาสีเพิ่งตกแต่งบ้านหลังโอ่อ่า]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ช่างทาสีเพิ่งตกแต่งบ้านหลังโอ่อ่าเสร็จ</p>
<p>"คิดจะขายบ้านหลังนี้เมื่อไหร่ ช่วยบอกผมด้วยนะครับ" ช่างทาสีบอกเจ้าของบ้าน</p>
<p>"ทำไมล่ะ" เจ้าของบ้านถามห้วน ๆ "มีปัญญาหาเงินมาซื้อเหรอ"</p>
<p>"รอไว้ให้คุณเห็นใบเรียกเก็บเงินของผมก่อนเถอะ"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เพื่อความปลอดภัย]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=243</link>
<pubDate>Wed, 23 Jul 2008 06:37:59 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=243</guid>
<description><![CDATA[เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไปตรวจน้ำปร]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์ไปตรวจน้ำประปาในค่ายทหาร</p>
<p>"คุณมีมาตรการป้องกันการติดเชื้อจากน้ำอย่างไรบ้าง" เจ้าหน้าที่ถามจ่าที่รับผิดชอบ</p>
<p>"ต้มก่อนครับ" จ่าตอบ</p>
<p>"ดีมาก แล้วยังไงต่อไป"</p>
<p>"กรองครับ"</p>
<p>"เยี่ยม แล้วไงอีก"</p>
<p>"จากนั้นเพื่อความปลอดภัย เราดื่มเบียร์ครับ"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[LOVE STORIES FROM CHINA]]></title>
<link>http://puivoice.wordpress.com/2008/07/22/love-stories-from-china/</link>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 14:23:02 +0000</pubDate>
<dc:creator>Eros in Love</dc:creator>
<guid>http://puivoice.wordpress.com/2008/07/22/love-stories-from-china/</guid>
<description><![CDATA[Do you know WHAT LOVE IS ?&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;&#8230;READ BLW STORY 
(คุณรู]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>Do you know WHAT LOVE IS ?..................READ BLW STORY </p>
<p>(คุณรู้ไหมครับว่า รักคืออะไร..........เชิญอ่านเรื่องราวด้านล่างเลยครับ)</p>
<p>An incredible love story has come out of China recently and managed to touch the world.</p>
<p>(เรื่องราวความรักอันเหลือเชื่อปรากฏขึ้นที่ประเทศจีนเมื่อเร็วๆ นี้ และได้รับการเผยแพร่ไปทั่วโลก)</p>
<p>It is a story of a man and an older woman who ran off to live and love each other in peace for over half a century. </p>
<p>(เป็นเรื่องของผู้ชายคนหนึ่งกับหญิงที่มีอายุมากกว่าผู้ซึ่งหลีกหนีความมีชีวิต และรักกันอย่างสงบสุขกว่าครึ่งศตวรรษ)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="244" alt="image001" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image001.jpg" width="164"/> <br />The 70-year-old Chinese man who hand-carved over 6,000 stairs up a mountain for his 80-year-old wife has passed away in the cave which has been the couple's home for the last 50 years. <br />(ชายอายุ 70 ปี ผู้ซึ่งสลักหินเป็นบันไดด้วยมือ มากกว่า 6,000 ขั้น ปีนภูเขาไปหาคู่รักอายุ 80 ปี ซึ่งจากเขาไปแล้ว เพื่อไปยังถ้ำซึ่งเป็นรังรักของพวกเขามากว่า</p>
<p>50 ปี)</p>
<p>Over 50 years ago, Liu Guojiang a 19 year-old boy, fell in love with a 29 year-old widowed mother named Xu Chaoqin.. </p>
<p>(เมื่อ 50 กว่าปีที่แล้ว หลิว โกวเจียง ชายหนุ่มวัย 19 ตกหลุมรักแม่หม้ายลูกติดนาม ซู เฉากวิน)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="164" alt="image002" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image002.jpg" width="244"/> <br />In a twist worthy of Shakespeare's Romeo and Juliet, friends and relatives criticized the relationship because of the age difference and the fact that Xu already had children. <img style="border-width:0;" height="164" alt="image003" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image003.jpg" width="244"/> <br />At that time, it was unacceptable and immoral for a young man to love an older woman.. To avoid the market gossip and the scorn of their communities, the couple decided to elope and lived in a cave in Jiangjin County in Southern ChongQing Municipality. </p>
<p>(ดังนิยายโรมิโอกับจูเลียตอันเลื่องชื่อของเชคเปีย ผองเพื่อนและญาติๆ กล่าวขวัญถือความสัมพันธ์ อันเนื่องจากความต่างของวัย กับความจริงที่ว่า ซู มีลูกแล้ว ในขณะนั้น เป็นเรื่องที่ผิดศีลธรรมและรับไม่ได้ ที่ชายหนุ่มจะรักกับผู้หญิงที่แก่กว่า เพื่อหลีกหนีพวกปากตลาดและการดูถูกของสังคม ทั้งคู่ตัดสินใจพากันหนีและอาศัยอยู่ในถ้ำที่ เจียงจิน เมืองชนบททางตอนใต้ของเขตปกครองตนเอง ชงควิน)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="186" alt="image004" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image004.jpg" width="244"/> <br />In the beginning, life was harsh as hey had nothing, no electricity or even food. They had to eat grass and roots they found in the mountain, and Liu made a kerosene lamp that they used to light up their lives. </p>
<p>(ช่วงเริ่มต้น ชีวิตไม่มีอะไร ไม่มีไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งอาหาร ทั้งคู่กินหญ้าและพืชหัวที่พบแถวๆ ภูเขา และหลิวก็ได้ประดิษฐ์ตะเกียงน้ำมันก๊าดเพื่อให้แสงสว่าง รวมทั้งนำทางชีวิต)</p>
<p>Xu felt that she had tied Liu down and repeatedly asked him, 'Are you regretful? Liu always replied, 'As long as we are industrious, life will improve.' <br />(ซูรู้สึกว่าเข้าผูกมัดหลิว จำกัดอิสระภาพของหลิว เธอถามคำถามซ้ำๆ กับหลิวว่า “หลิว เธอเสียใจมั้ย” “ตราบเท่าที่เราขยัน ชีวิตเราจะดีขึ้น” คือคำตอบที่ออกจากปากของหลิวเสมอเมื่อเจอคำถาม)</p>
<p>In the second year of living in the mountain, Liu began and continued for over 50 years, to hand-carve the steps so that his wife could get down the mountain easily.</p>
<p>(ในปีที่สองของชีวิตบนภูเขา หลิวเริ่มแกะสลักบันได และทำอย่างนั้นต่อเนื่องมากว่า 50 ปี เพื่อที่จะให้คู่ชีวิตของเขาลงจากภูเขาได้โดยง่าย)</p>
<p>Half a century later in 2001, a group of adventurers were exploring the forest and were surprised to find the elderly couple and the over 6,000 hand-carved steps. Liu MingSheng, one of their seven children said, 'My parents loved each other so much, they have lived in seclusion for over 50 years and never been apart a single day. He hand carved more than 6,000 steps over the years for my mother's convenience, although she doesn't go down the mountain that much.' </p>
<p>(ครึ่งศตวรรษต่อมา – ปี 2001 นักท่องเที่ยวกลุ่มหนึ่งได้ค้นพบป่าและต้องประหลาดใจที่พบคู่รักวัยชรา และบันไดที่สลักด้วยมือกว่า 6,000 ขั้น หลิว หมิงเส็ง หนึ่งในลูกทั้งเจ็ดกล่าวว่า “พ่อ-แม่ของเรารักกันมาก พวกเขาอาศัยอยู่อย่างสันโดษมากว่า 50 ปี และไม่เคยทิ้งกันแม้แต่วันเดียว บันไดที่สลักด้วยมือกว่า 6,000 ขั้นที่มานะทำขึ้นหลายปี เพื่อความสบายของแม่ แม้ว่าเธอจะไม่ได้ลงจากภูเขาบ่อยเช่นนั้น”)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="163" alt="image005" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image005.jpg" width="244"/> </p>
<p>The couple had lived in peace for over 50 years until last week. Liu, now 72 years, returned from his daily farm work and collapsed. Xu sat and prayed with her husband as he passed away in her arms. So in love with Xu, was Liu, that no one was able to release the grip he had on his wife's hand even after he had passed away. </p>
<p>(คู่รักอาศัยอยู่อย่างสงบมากว่า 50 ปี กระทั่งสัปดาห์ที่แล้ว หลิว ชายวัย 72 ในวันนี้ กลับจากงานประจำวันที่ไร่จากนั้นก็ทรุดกายลง ซู นั่งและสวดมนต์กับสามี จากนั้น หลิวก็จากไปภายในอ้อมกอดของภรรยา ดังที่เห็นความรักของหลิวที่มีต่อซู ไม่มีใครสามารถแกะมือของเขาออกจากมือภรรยาได้ แม้กระทั่งหลังเขาตาย)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="164" alt="image006" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image006.jpg" width="244"/> <br />'You promised me you'll take care of me, you'll always be with me until the day I died, now you left before me, how am I going to live without you?' <br />(คุณสัญญาว่าจะดูแลฉัน คุณจะอยู่กับฉันเสมอจนถึงวันที่ฉันตาย แต่ตอนนี้คุณจากฉันไปก่อน ฉันจะอยู่อย่างไรถ้าไม่มีคุณ)</p>
<p>Xu spent days softly repeating this sentence and touching her husband's black coffin with tears rolling down her cheeks. <br />(ซูใช้เวลาหลายวัน พูดประโยคซ้ำๆ แผ่วๆ และสัมผัสโลงศพของสามี ด้วยน้ำตานองหน้า)</p>
<p>In 2006, their story became one of the top 10 love stories from China , collected by the Chinese Women Weekly. The local government has decided to preserve the love ladder and the place they lived as a museum, so this love story can live forever. </p>
<p>(ในปี 2006 เรื่องราวของพวกเขา กลายมาเป็นเรื่องรักติดอันดับทอปเท็น ในประเทศจีน ซึ่งรวบรวมโดย Chinese Women Weekly รัฐบาลท้องถิ่นตัดสินใจอนุรักษ์ บันไดแห่งความรักและรังรักของพวกเขาเป็นพิพิธภัณฑ์ ยังผล ให้เรื่องราวแห่งความรักนี้มีอยู่ตลอดไป)</p>
<p><img style="border-width:0;" height="164" alt="image007" src="http://puivoice.files.wordpress.com/2008/07/image007.jpg" width="244"/></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อัจฉริยนักโทษ]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=233</link>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 06:28:35 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=233</guid>
<description><![CDATA[ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมือง ไอดา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ชายชราคนหนึ่งอาศัยอยู่ในเมือง ไอดาโออย่างเดียวดาย<br />
เขาต้องการที่จะพรวนดินเพื่อทำสวนมันฝรั่ง แต่มันเป็นงานที่หนักมาก<br />
ลูกชายคนเดียวที่เคยช่วย ต้องโทษติดคุก<br />
ชายชราเขียน จ.ม. ถึงลูก อธิบายถึงสถานการณ์</p>
<p>ลูกรัก พ่อรู้สึกแย่มากเพราะดูเหมือนว่าพ่อจะปลูกมันฝรั่งไม่ได้ในปีนี้<br />
พ่อแก่เกินไปที่จะขุดไถแปลงสวน<br />
ถ้าลูกยังอยู่ คงจะไม่มีปัญหา พ่อรู้ว่าลูกคงจะขุดพรวนแปลงสวนให้<br />
รัก/ จาก พ่อ</p>
<p>หลังจากนั้น 2-3 วัน ชายชราได้รับ จ.ม. จากลูกชาย</p>
<p>พ่อครับ<br />
เพื่อเห็นแก่พระเจ้า พ่ออย่าได้ขุดพรวนแปลงสวนนะครับ ผมฝังศพไว้ที่นั่นหลายศพ !!<br />
รัก/จากลูก</p>
<p>ตี 4 เช้าวันรุ่งขึ้น จนท. เอฟบีไอ และตำรวจท้องที่ แห่กันมาขุดค้นไปทั่วทั้งสวนแต่ไม่พบศพเลย<br />
จนท. ขอโทษชายชรา และจากไป</p>
<p>วันเดียวกัน ชายชราได้รับ จ.ม. อีกฉบับจากลูกชาย</p>
<p>พ่อครับ<br />
ตอนนี้คุณพ่อลุยปลูกมันฝรั่งได้เลย ตอนนี้ผมคงช่วยพ่อได้แค่นี้ละครับ ในสถานการณ์เช่นนี้</p>
<p>รัก/ จากลูก</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ไฮเทคคลิกคัก]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=228</link>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 05:25:20 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=228</guid>
<description><![CDATA[คุณ ๆ เคยได้ยินมั้ยคะเรื่องสถาปนิก ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>คุณ ๆ เคยได้ยินมั้ยคะเรื่องสถาปนิก ศิลปิน และวิศวคอมพิวเตอร์เถียงกันว่า ระหว่างภรรยากับชู้รัก ใครดีกว่ากัน</p>
<p>สถาปนิกบอกว่า ภรรยาดีกว่า เพราะจะได้วางรากฐานสร้างอนาคตร่วมกัน</p>
<p>ศิลปินแย้งว่า ชู้รักให้แรงบันดาลใจได้ดีกว่าภรรยาคนไหน ๆ</p>
<p>วิศวกรคอมพิวเตอร์บอกว่า อยากได้ทั้งคู่ เพราะฝ่ายหนึ่งจะคิดเสมอว่าคุณกำลังใช้เวลาอยู่กับอีกฝ่าย เท่านี้คุณจะนั่งหน้าคอมพิวเตอร์ที่สำนักงานนานแค่ไหนก็ย่อมได้</p>
<p>..............................</p>
<p>ตอนที่ตัวอักษรของเครื่องพิมพ์เริ่มจาง ฉันโทรฯไปร้านซ่อมในเมือง พนักงานน้ำเสียงเป็นมิตรบอกว่า แค่เปิดเครื่องแล้วทำความสะอาดก็อาจใช้ได้เหมือนเดิม แถมยังแนะให้ฉันลองเปิดคู่มือและทำความสะอาดเครื่องเอง เพราะร้านคิดค่าบริการส่วนนี้ถึง 50 เหรียญ</p>
<p>ฉันทึ่งในความตรงไปตรงมาของเขา จึงถามว่า "เจ้านายคุณรู้หรือเปล่าว่าคุณทำให้ร้านเสียรายได้"</p>
<p>"จริง ๆ แล้ว เจ้านายผมนั่นแหละต้นคิด" พนักงานตอบเหนียม ๆ "เรามักจะทำเงินได้มากกว่า ถ้าปล่อยให้ลูกค้าลองซ่อมเองก่อน แล้วค่อยส่งมาให้เราซ่อม"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[เมื่อเคราะห์มาเยือน]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=226</link>
<pubDate>Tue, 22 Jul 2008 05:21:31 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=226</guid>
<description><![CDATA[คนไข้สองคนนอนอยู่บนเตียงข้าง ๆ กัน ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>คนไข้สองคนนอนอยู่บนเตียงข้าง ๆ กัน ในแผนกผู้ป่วยหนัก</p>
<p>คนไข้ 1  :  คุณเชื่อไหมว่า คนเราพอถึงคราวจะโชคร้ายมันก็เลี่ยงไม่ได้</p>
<p>คนไข้ 2  :  ไม่หรอก ทำไมล่ะ</p>
<p>คนไข้ 1  :  ก็เพราะโชคร้ายน่ะสิ ทำให้ผมต้องมานอนอยู่นี่ เมื่อสามวันก่อนผมไปเที่ยวห้างสรรพสินค้า อยู่ดี ๆ ก็มีโจรบุกเข้าไปปล้น มันร้องว่า "ทุกคนอย่าขยับ ไม่งั้นฉันยิงจริง ๆ ด้วย"</p>
<p>คนไข้ 2  :  แล้วคุณวิ่งหนีใช่มั้ยล่ะ</p>
<p>คนข้า 1  :  ไม่เลย แต่ตอนนั้นผมดันยืนอยู่บนบันไดเลื่อนพอดี</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[ที่มาของชื่อ]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=977</link>
<pubDate>Mon, 21 Jul 2008 15:00:17 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=977</guid>
<description><![CDATA[เด็กชายชาวเผ่าอาปาเช่ ท่าทางหงุดหง]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>เด็กชายชาวเผ่าอาปาเช่ ท่าทางหงุดหงิดงุนงงสงสัย เดินเข้าไปหาพ่อ The Big Eagle แล้วเอ่ยถาม<br />
' พ่อ พวกเราชาวอินเดียนแดง  ได้ชื่อกันมาอย่างไร ?'<br />
Big Eagle ตอบว่า ' ง่ายมากลูก เมื่อมีเด็กเกิดใหม่  เราเห็นอะไรเป็นสิ่งแรกเราก็จะตั้งชื่อ<br />
ของเด็กตามสิ่งนั้น พ่อจะยกตัวอย่างให้ฟัง'<br />
'เมื่อพี่ชายคนโตของเจ้าเกิด พ่อเปิดกระโจมออกมา เห็นหมาป่าสีเทากำลังวิ่งตัดข้ามเนินเขา<br />
พ่อจึงตั้งชื่อ เขาว่า ' Running  Wolf '<br />
 ' เมื่อพี่สาวคนโตของเจ้าเกิด สิ่งแรกที่พ่อเห็นคือ เมฆ ก้อนเล็กๆ ลอยล่องอยู่บนท้องฟ้า<br />
พ่อจึงตั้งชื่อเธอว่า Drifting Cloud' '<br />
  ' และเมื่อพี่สาวคนที่สองของลูกเกิด พ่อมองเห็น พระจันทร์เต็มดวงสว่างไสว ดังนั้นเธอจึงมีชื่อว่า<br />
Silver Moon '</p>
<p>...ทีนี้เจ้าหายสงสัยรึยังละ Fucking Dog...</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[นาฬิกาแห่งการโกหก]]></title>
<link>http://9mot.wordpress.com/?p=960</link>
<pubDate>Thu, 17 Jul 2008 05:08:47 +0000</pubDate>
<dc:creator>9MOT</dc:creator>
<guid>http://9mot.wordpress.com/?p=960</guid>
<description><![CDATA[โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังส]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>โดนัลด์ รัมเฟลด์ ได้ตายลงและไปยังสวรรค์<br />
ขณะที่เขานั่งลงหน้า เซนต์ ปี เตอร์ ที่ประตูมุก<br />
เขามองเห็นกำแพงขนาดมหึมาเต็มไปด้วยนาฬิกาอยู่เบื้องหลัง</p>
<p>เขาจึงถาม " นาฬิกาพวกนั้น มันคือ อะไรน่ะ "<br />
เซนต์ปีเตอร์ ตอบ "มันคือ นาฬิกาแห่งการโกหก<br />
ทุก ๆคนบนโลกจะมีนาฬิกานี้คนละ 1 อัน<br />
เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณโกหก เข็มนาฬิกาของคุณจะเคลื่อนไป"</p>
<p>" โอ.." รัมเฟลด์ กล่าว " นั่นมันนาฬิกาของใครกัน"<br />
" นั่นเป็นของแม่ชี เทเร ซ่า เห็น มั๊ย ว่าเข็มนาฬิกาไม่เคยเคลื่อนที่ไปเลย<br />
แสดงว่าหล่อนไม่เคยโกหกเลยสักครั้ง"<br />
" เหลือเชื่อจริง ๆ" รัมเฟลด์ ถามต่อ<br />
"แล้วนั่นของใครกันล่ะ"</p>
<p>เซนต์ปีเตอร์ ตอบ " นั่นคือนาฬิกาของ อับบราฮัม ลินคอล์น<br />
เข็มนาฬิกาเดินไปสองครั้ง บอกให้รู้ว่า อับราฮัม พูดโกหก<br />
แค่ 2 ครั้งเท่านั้นตลอดชั่วชีวิตของเขา"</p>
<p>" เอ๊ะ แล้วนาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ไหนกันล่ะ" รัมเฟลด์ถามต่อ<br />
" อ๋อ นาฬิกาของ ทักษิณ อยู่ในห้องทำงานของพระเยซูน่ะ<br />
ท่านกำลังใช้มันแทนพัดลมเพดาน"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[นี่แหละ...ผู้หญิงคิดบวก อิอิอิ]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=215</link>
<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 13:42:48 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=215</guid>
<description><![CDATA[ต้องพยายามอีกกี่ครั้งจึงจะพบกับคว]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p><span style="text-decoration:underline;">ต้องพยายามอีกกี่ครั้งจึงจะพบกับความสำเร็จ</span></p>
<p>หญิงคนหนึ่งโกรธจัดขณะไปเยี่ยมสามีในคุก พอเห็นหน้าสามี เธอก็เหวี่ยงแฟ้มใส่หน้า "ดูให้เต็มตา พยายามปล้น พยายามฉ้อโกง พยายามวางเพลิง มีแต่พยายามทั้งปี เคยทำสำเร็จสักครั้งไหม"</p>
<p> </p>
<p><span style="text-decoration:underline;">แบตเตอรี่ดีกว่าผู้ชาย</span></p>
<p>ถาม : ทำไมแบตเตอรี่จึงดีกว่าผู้ชาย</p>
<p>ตอบ : เพราะอย่างน้อยแบตเตอรี่ก็ยังมีด้านบวก</p>
<p> </p>
<p><span style="text-decoration:underline;">พยายามสุดชีวิต</span></p>
<p>หญิงสองคนคุยกันที่ร้านทำผม</p>
<p>"ฉันต้องพยายามอย่างสุดชีวิตไม่ให้ท้อง"</p>
<p>"อ้าว ไหนว่าสามีเธอทำหมันแล้วไง"</p>
<p>"ก็นั่นแหละ"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[การลงทุนของแม่]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=209</link>
<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 13:15:19 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=209</guid>
<description><![CDATA[พ่อวัยดึกเห็นแผงยาไวอากราของลูกชา]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>พ่อวัยดึกเห็นแผงยาไวอากราของลูกชายอยู่ในตู้เก็บยาจึงถามว่า "ขอพ่อลองหน่อยได้ไหม"</p>
<p>"ตามสบายครับ" ลูกชายตอบ "แต่พ่อต้องใช้ประโยชน์ให้คุ้มนะ เพราะราคาแพง ตกเม็ดละสิบเหรียญแน่ะ"</p>
<p>พ่อตกใจมากเพราะนึกไม่ถึงว่าจะแพงขนาดนี้ "ไม่ต้องห่วง" พ่อบอก "พ่อไม่ให้เสียของหรอก"</p>
<p>เช้าวันรุ่งขึ้น ลูกชายเห็นซองจดหมายสอดอยู่ใต้จานอาหารเช้า ข้างในมีเงิน 110 เหรียญ</p>
<p>"พ่อครับ" ลูกชายกล่าว "พ่อกินไปเม็ดเดียวก็สิบเหรียญเท่านั้นนี่ครับ"</p>
<p>"เออน่า" พ่อตอบด้วยใบหน้ายิ้มละไม "ของพ่อสิบเหรียญ ส่วนที่เหลืออีกร้อยนั่น แม่เขาฝากซื้อ"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[อ่า...เอ่อ...เหวอไปเลย]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=207</link>
<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 13:13:14 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=207</guid>
<description><![CDATA[ขณะกินอาหารในภัตตาคาร ฉันเห็นสามีภ]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>ขณะกินอาหารในภัตตาคาร ฉันเห็นสามีภรรยาคู่หนึ่งอุ้มลูกแบเบาะเข้ามาในร้าน เห็นได้ชัดว่ากำลังเห่อสุดขีด พอแม่เด็กหันมายิ้มให้ ฉันก็ลุกไปคุยด้วย พร้อมกับยื่นนามบัตรให้ เผื่อจะให้คำแนะนำเกี่ยวกับลูกสาวบุญธรรมของทั้งสอง ซึ่งมีเชื้อสายจีนเหมือนฉันบ้าง</p>
<p>"ครอบครัวคุณปรับตัวเข้ากับลูกคนใหม่ได้ดีไหมคะ" ฉันถาม</p>
<p>"ดีเยี่ยมเลยค่ะ" แม่เด็กตอบพร้อมรอยยิ้ม "แต่ยายของเด็กกลัวว่าพอแกเริ่มพูด เราจะไม่รู้เรื่อง เพราะไม่รู้ภาษาจีนเลยสักคำ"</p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[คำถามเกี่ยวกับ "เพศสัมพันธ์"]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=205</link>
<pubDate>Wed, 16 Jul 2008 06:59:31 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=205</guid>
<description><![CDATA[มีพ่อลูกคู่นึงยืนสนทนากันอยู่ลูกก]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>มีพ่อลูกคู่นึงยืนสนทนากันอยู่ลูกกำลังย่างเข้าสู่วัยรุ่นจึงมีคำถามเกี่ยวกันเรื่องเพศสัมพันธ์มาถามพ่อ <strong><br />
 </strong><strong>ลูก </strong><strong>: </strong><strong>พ่อครับ การมีเพศสัมพันธ์ทำให้มีความรู้สึกยังไงครับ </strong><br />
 พ่อ : ก็มันเหมือนกับการที่เอ็งเอานิ้วเอ็งไปแคะขี้มูกในจมูกของเอ็งแหละ <strong><br />
 </strong><strong>ลูก </strong><strong>: </strong><strong>แล้วทำไมเวลามีเพศสัมพันธ์ ผู้หญิงถึงร้องครวญครางเหมือนมีความรู้สึกดีกว่าผู้ชายครับ </strong><br />
 พ่อ : อ้าว.. แล้วเวลาเอ็งแคะขี้มูก เอ็งรู้สึกว่า นิ้วของเอ็งดีขึ้นหรือว่ารูจมูกของเอ็งดีขึ้น <strong><br />
 </strong><strong>ลูก :  ในเมื่อผู้หญิงรู้สึกดีขึ้นแล้วทำไมผู้หญิงถึงเกลียดการข่มขืน ล่ะ </strong><br />
 พ่อ : มันไม่เหมือนกัน แล้วถ้าเอ็งเดินอยู่บนถนนแล้วมีคนวิ่งมาเอานิ้วมาทิ่มจมูกเอ็งน่ะ เอ็งจะชกเขามั้ย <br />
 <strong>ลูก </strong><strong>: </strong><strong>แล้วทำไมผู้หญิงถึงไม่ชอบมีเพศ สัมพันธ์กันในระหว่างมีประจำเดือน </strong><br />
 พ่อ : แล้วถ้าจมูกของเอ็งเลือดไหลอยู่ เอ็งจะแคะขี้มูกมั้ย.. <br />
 <strong>ลูก </strong><strong>: </strong><strong>ทำไมผู้ชายถึงไม่ชอบใส่ถุงยางอนามัย ขณะมีเพศสัมพันธ์ </strong><br />
 พ่อ : แล้วถ้าพ่อบังคับเอ็งใส่ถุงมือแคะขี้มูกเอ็งจะรู้สึกยังไง <strong><br />
 ลูก : มีอีกคำถามครับพ่อ ผู้หญิงทำไมชอบบรรยากาศเงียบ ๆ สลัวๆ ขณะที่เธอมีความต้องการ </strong><br />
 พ่อ : อ้าว..แล้วพ่อใช้ให้เอ็งแคะขี้มูกหน้าชั้นเรียนเอ็งจะทำได้มั้ย..โธ่ลูกพ่อ เอ๊ย..... <br />
 <strong>ลูก : </strong><strong>' </strong><strong>พ่อครับ พ่อเก่งจังเลย </strong><strong>' </strong></p>
]]></content:encoded>
</item>
<item>
<title><![CDATA[วิธีหลีกเลี่ยงกับความโกรธโดยไม่ทำร้ายตัวเอง]]></title>
<link>http://paaying.wordpress.com/?p=203</link>
<pubDate>Tue, 15 Jul 2008 01:07:17 +0000</pubDate>
<dc:creator>paaying</dc:creator>
<guid>http://paaying.wordpress.com/?p=203</guid>
<description><![CDATA[คุณเป็นคนเจ้าอารมณ์รึป่าวคะ &#8230; ถ้า]]></description>
<content:encoded><![CDATA[<p>คุณเป็นคนเจ้าอารมณ์รึป่าวคะ ... ถ้าใช่... คุณต้องอ่านเรื่องนี้ค่ะ</p>
<p>ขออ้างอิงถีงผลวิจัยต่าง ๆ ที่ออกมามากมายนะคะ...ความเชื่อที่ว่าการปลดปล่อยอารมณ์โกรธจะมีผลดีต่อสุขภาพนั้น ไม่เป็นที่ยอมรับอีกต่อไป เพราะพบว่าการปล่อยอารมณ์ออกมากลับเพิ่มความโกรธเหมือนกระพือลมใส่กองไฟ และเพิ่มความเสี่ยงต่อสุขภาพตั้งแต่โรคหัวใจไปจนถึงโรคมะเร็ง</p>
<p>แต่..ใช่ค่ะ แต่คนที่เก็บกดก็ใช่ว่าจะดีกว่านะคะ การเก็บกดอารมณ์โกรธเปรียบเหมือนการเหยียบเบรกระหว่างขับรถ ทำให้เกิดการเสียดทานของเครื่องยนต์ในร่างกาย</p>
<p>ผู้ที่โมโหอยู่ตลอดเวลามีแนวโน้มจะเกิดอาการโรคหัวใจมากกว่าผู้ที่ใจเย็นถึงสองเท่า ผู้หญิงที่โกรธง่ายมีแนวโน้มจะมีไขมันและเป็นโรคอ้วนมากกว่าผู้หญิงใจเย็นสี่เท่า คนที่โกรธง่ายจะมีโอกาสเป็นโรคหลายชนิด และส่วนใหญ่จะเป็นคนกินจุ สูบบุหรี่ และดื่มสุราจัดกว่าคนปกติ</p>
<p>ความโกรธจะกระตุ้นฮอร์โมนความเครียดให้หลั่งมากขึ้น ซึ่งมีผลให้หัวใจเต้นถี่ขึ้น และความดันโลหิตสูงขึ้น ฮอร์โมนเหล่านี้หากมีปริมาณมากเกินไปจะเป็นอันตรายต่อเส้นเลือดแดงและกล้ามเนื้อหัวใจ ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ และยังอาจทำให้เส้นเลือดตีบ คราบไขมันหลุดออกไปอุดเส้นเลือดแดง และเจ้าฮอร์โมนความเครียดนี้ยังมีผลต่อภูมิต้านทานของร่างกายด้วย</p>
<p>การปล่อยความโกรธหรือการเก็บกดก็ไม่ได้ดีไปกว่ากัน ดังนั้น เรามาดูวิธีจัดการกับอารมณ์โดยไม่ต้องเก็บกด เป็นการย้ายความโกรธจากหัวใจไปยังสมอง หรือจากอารมณ์ไปสู่เหตุผลกันดีกว่าค่ะ</p>
<ul>
<li>ตั้งคำถามกับตัวเอง เมื่อใดที่รู้สึกโกรธให้ถามตัวเองสี่ข้อ คือ</li>
<li>- เรื่องนี้สำคัญหรือไม่</li>
<li>- เหมาะสมที่จะโกรธมั้ย</li>
<li>- สถานการณ์เช่นนี้แก้ไขได้หรือไม่</li>
<li>- คุ้มหรือไม่ที่จะโกรธ</li>
</ul>
<p>การประเมินเช่นนี้จะทำให้ความโกรธเปลี่ยนเป็นเหตุผลจนคุณสามารถควบคุมความโกรธได้</p>
<ul>
<li>พิจารณาทางเลือก ในสถานการณ์ที่กดดันอารมณ์สุด ๆ นั้น ถ้าคุณรู้สึกว่าต้องจัดการกับเหตุการณ์นั้น ให้ลองคิดหาทางออกหลาย ๆ ทาง รวมทั้งในแง่ขบขัน โดยการตั้งคำถามกับตัวเองในทางเลือกต่าง ๆ คุณจะพบว่าการคิดถึงคำถามต่าง ๆ จะทำให้คุณอารมณ์เย็นลง และได้มุมมองใหม่ ๆ</li>
<li>เขียนลงบนกระดาษ การเขียนช่วยบังคับคุณให้จัดความคิดอย่างเป็นระบบ คิดได้ชัดเจน และใช้หัวคิดแทนที่จะหัวเสีย ยิ่งไปกว่านั้น หากเหตุการณ์ที่ทำให้โมโหเกิดขึ้นในที่ทำงาน คุณก็จะมีวิธีการจัดการกับเหตุการณ์นั้นอย่างเป็นงานเป็นการ และถ้าเลวร้ายถึงขั้นทะเลาะกัน คุณจะได้มีบันทึกเป็นตัวช่วย (ก้อยไม่ได้ชี้โพรงให้กระรอกใช่มั้ยคะ..อิอิอิ)</li>
<li>วิเคราะห์ผลได้ผลเสีย คุณต้องถามตัวเองว่า "ฉันจะได้อะไรจากการโกรธนี้" คุณอาจต้องปล่อยวาง แต่ไม่ใช่เก็บกด คุณควรหยุดคิดสักครู่เพื่อหาทางเลือกอย่างฉลาดว่าควรปฏิบัติตนอย่างไร</li>
<li>อย่าทำให้เป็นเรื่องส่วนตัว คนโกรธส่วนใหญ่มักไม่ฟังความเห็นของผู้อื่น มีหลายอย่างที่ทำให้เราไม่พอใจคนอื่น เช่น ชักช้าอืดอาด ไม่สุภาพ หรือบ้าบิ่น ทั้งที่ไม่เกี่ยวกับตัวเราเลย การเตือนตัวเองถึงสิ่งเหล่านี้ จะสามารถเปลี่ยนความโกรธที่เกิดขึ้นให้เป็นความรู้สึกเฉย ๆ หรือกลายเป็นความเข้าใจ "คนคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ฉันเสียเวลา แต่เป็นเพียงความบกพร่องโดยไม่เจตนา"</li>
</ul>
<p>ถ้าคุณโกรธกับทุก ๆ สถานการณ์ ไม่ว่าจะเป็นการยืนต่อคิว หรือการอ่านข่าวการเมือง ฯลฯ ก็ควรรู้จักการผ่อนคลายบ้าง ซึ่งมีมากมายหลายวิธีการ เช่น ฝึกโยคะ ทำสมาธิ และหายใจลึก ๆ หรืออาจเป็นวิธีอื่น ๆ ที่ช่วยให้คุณมองสถานการณ์ชวนหงุดหงิดได้อย่างใจเย็นขึ้น</p>
<p>คุณต้องอย่างลืมความจริงที่ว่า "คุณไม่สามารถกำหนดให้ทุกคนคิดเหมือนคุณ" เพราะฉะนั้นการอยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือที่ทำงาน การกระทบกระทั่งกัน หรือคิดเห็นไม่ตรงกัน เป็นเรื่องธรรมดา ถ้าคุณเอามาเป็นอารมณ์ทุกเรื่องคุณก็จะพบทางสงบ...คือความตายเร็วขึ้น โดยที่คนรอบตัวเค้าไม่ได้มารับรู้อะไรกับคุณเลย เพราะฉะนั้น..ใช้ชีวิตอยู่อย่างมีสตินะคะ</p>
]]></content:encoded>
</item>

</channel>
</rss>
